สถานที่ท่องเที่ยวประตูสู่อินโดจีน "หอแก้วสูงเสียดฟ้า ภูผาเทิบแก่งกะเบา แปดเผ่าชนพื้นเมือง ลือเลื่องมะขามหวาน กลองโบราณล้ำเลิศ ถิ่นกำเนิดลำผญา ตระการตาชายโขง เชื่อมโยงอินโดจีน" คำขวัญ ของ จังหวัดมุกดาหาร

  • Breaking News

    กลองมโหระทึก กลองโบราณคู่เมืองมุกดาหาร



    มโหระทึก เป็นร่องรอยของอารยธรรมเริ่มแรกของภูมิภาคอุษาคเนย์ ก่อนที่จะรับอารยธรรมจากจีนและอินเดีย เป็นสิ่งที่แสดงออกให้เห็นถึงภูมิปัญญาและความรู้ ความสามารถทางด้านศิลปกรรม เทคโนโลยีของคนในภูมิภาคอุษาคเนย์ เมื่อ 3,000 ปีมาแล้ว

    มโหระทึกคืออะไร? :: "มโหระทึก" ไม่ใช่คำไทยแท้ แต่เป็นคำโบราณที่ยืมมาจากต่างประเทศแล้วกร่อนจนเพี้ยนไป มีใช้อยู่ในเอกสารไทยสมัยก่อนๆ เช่น ไตรภูมิเรียกว่า "มโหระทึก" แต่กฎมณเฑียรบาลเรียก "หรทึก" จัดเป็นเครื่องประโคมตีชนิดหนึ่งมีเสียงดังมาก ในกฎมณเฑียรบาลจึงบอกว่า "ขุนดนตรีตีหรทึก" และในไตรภูมิบอกว่า "มโหระทึกกึกก้อง" แต่ไม่ได้ระบุว่าเป็น "กลอง" หรือ "ฆ้อง"

    ปัจจุบันมักจัดมโหระทึกเป็นประเภทกลอง เพราะมีรูปร่างคล้ายกลอง จึงเรียกกันติดปากว่า "กลองมโหระทึก" แต่มโหระทึกทำด้วยโลหะผสมที่เรียกว่าสำริด (Bronze) ในตระกูลฆ้อง แล้วมักมีประติมากรรมรูปกบขนาดเล็กๆ ประดับขอบแผ่นหน้า คนบางกลุ่มจึงเรียก "ฆ้องกบ" หรือ "ฆ้องเขียด" แต่เอกสารจีนเรียก "กลองทองแดง" เพราะมีส่วนผสมของทองแดงเป็นโลหะหลัก

    ชาวมุกดาหารมักเรียกมโหระทึกว่า "กลองทอง"

    กลองมโหระทึกที่พบในจังหวัดมุกดาหาร มี 4 ใบ คือ
    1. กลองมโหระทึกที่ขุดพบได้หน้าที่ทำการไปรษณีย์อำเภอคำชะอี จ.มุกดาหาร
    2. กลองมโหระทึก ที่วัดมัชฌิมาวาส อ.ดอนตาล ซึ่งเป็นกลองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
    3. กลองมโหระทึก บ้านดงยาง ต.บ้านค้อ อ.คำชะอี และ
    4. กลองมโหระทึก พบที่ อ.เมืองมุกดาหาร
    ที่มา : กรมศิลปากร


    กลองมโหระทึก ที่พบที่อำเภอคำชะอี มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 80 เซนติเมตร สูง 70 เซนติเมตร ที่หน้ากลองมีลายนูนเป็นรูปคล้ายดวงอาทิตย์หรือดวงจันทร์ มีรัศมี 32 แฉก ไม่มีประติมากรรมรูปกบอยู่หน้ากลอง
    กลองมโหระทึก ที่พบที่อำเภอดอนตาล เอกสารของสำนักงานจังหวัดมุกดาหารระบุว่า พบเมื่อ พ.ศ. 2481 ที่บริเวณตลิ่งริมแม่น้ำโขงถูกน้ำเซาะพังทลายตรงบ้านนาทามในเขตลาว ตอนแรกเก็บไว้ที่วัดเวินไชยมงคล บ้านดอนตาล ตำบลดอนตาล ต่อมาย้ายไปเก็บรักษาไว้ที่วัดมัชฌิมาวาส (วัดกลาง) จนถึงปัจจุบัน  มโหระทึกใบนี้มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 86 เซนติเมตร ก้นกลอง 90 เซนติเมตร สูง 66 เซนติเมตร นับว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยขณะนี้  ที่หน้ากลองมีลายนูนเป็นรูปคล้ายดวงอาทิตย์หรือดวงจันทร์ มีรัศมี 14 แฉก แล้วมีประติมากรรมรูปกบประดับ 4 มุม ๆ ละตัวด้านข้างกลองมีลวดลายนูนเป็นรูป "เรือส่งวิญญาณ" (Ship of the Dead) คล้ายกับมโหระทึกพบที่เกาะสมุย อันนับเนื่องในวัฒนธรรมดองซอน ที่มีแหล่งอยู่ในเวียดนาม นักโบราณคดีกำหนดอายุตามรูปแบบ และลวดลายว่ามีอายุอยู่ประมาณพุทธศตวรรษที่ 5-6 (หรือหลัง พ.ศ. 400-500)

    ประวัติกลองมโหระทึก อำเภอดอนตาล ตามคำบอกเล่า


    ประวัติกลองทอง (มโหระทึก) อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร มโหระทึก ชาวบ้านเรียกว่า "กลองทอง" ที่อยู่ในอำเภอดอนตาลมีประวัติความเป็นมาว่าเมื่อวันพฤหัสบดี ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ปีขาล ตรงกับวันที่ 6 ตุลาคม 2481 มีชาวบ้าน 3 ท่าน คือ 1.นายเหล็ก ปริปุรณะ  2.นายแปง ศรีลาศักดิ์ 3.นายลับ ศรีลาศักดิ์ ทั้ง 3 ท่านเป็น ผู้ที่มีความชำนาญในการหาปลาในลำแม่น้ำโขงเป็นอย่างมาก ในวันดังกล่าวได้พายเรือหาปลาตามลำแม่น้ำโขงตามปกติ ขณะที่ผ่าน วัดเวินชัยมงคล อำเภอดอนตาล ซึ่งตรงกับบ้านนาทาม ประเทศลาว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และบริเวณริมตลิ่งน้ำโขงที่ถูกเซาะพังลงมานั้น ก็ได้พบวัตถุชิ้นหนึ่ง ซึ่งดูคล้ายโลหะโผล่พ้นจากพื้นดินเพียงเล็กน้อย ทั้ง 3 คนจึงตัดสินใจขุดขึ้นมาดู เพื่อที่จะได้รู้ว่าเป็นอะไร และนำไปชะล้างให้สะอาดจึงพบว่าเป็นกลองทอง

    ลักษณะของกลองทอง (มโหระทึก) กลองมโหระทึกมีขนาดกว้าง 86 เซนติเมตร ท้ายกลองมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 90 เซนติเมตร ความยาวของกลองจากหัวจรดท้าย 66 เซนติเมตรซึ่งนับว่าเป็นกลองขนาดใหญ่ ที่สุดในประเทศไทย ลักษณะสำคัญ คือ มีลักษณะคล้ายกลองที่ทำด้วยโลหะผสมกันอย่างน้อย 3 ชนิด ได้แก่ ทองแดง ดีบุก และตะกั่ว ซึ่งรวมเรียกว่า สำริด หน้ากลองจะมีรูปกบเวียนซ้ายอยู่ 4 ตัว และมีรูปคล้ายดวงอาทิตย์ 14 แฉก ผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดี โทเวเม่ ชาวเวียดนาม ได้กล่าวว่าเป็นรูปเรือส่งวิญญาณเป็นวัฒนธรรมเก่าแก่ของดองซองเป็นแหล่งที่อยู่ในเวียดนามตอนเหนือ และได้ให้ข้อสัญนิษฐาน เอาไว้ว่าดูตามลวดลายน่าจะมีอายุประมาณ 3, 000 ปี ประโยชน์ของกลองทอง พวกหลี พวกเหลียวหล่อสำริดกลองทองเพื่อใช้ประโยชน์ในการทำสงคราม ประกอบพิธีเซ่นบวงสรวงบูชาขับไล่สัตว์ร้ายหรือกระทั่งเพื่อใช้ในการบันเทิง เป็นต้น การเก็บรักษา หลังจากชาวบ้านได้นำกลองทองมาเก็บรักษาใน วัดมัชฌิมาวาส (วัดกลาง) เป็นหน้าที่ของเจ้าอาวาสเก็บไว้เพื่อให้ผู้คนไปมาหาสู่ได้มาดูมาชม คนไทยในอีสานในสมัยก่อน เมื่อเกิดจันทรุปราคาจะเรียก (กบกินเดือน)เมื่อเกิดปรากฏการณ์นี้ขึ้นชาวบ้านจะช่วยกันตีเกาะเคาะไม้ จุดประทัดยิงปืนให้เกิดเสียงอึกทึกครึกโครมขึ้นให้กบกินเดือนตกใจและคลายเดือน ฟ้าฝนไม่ตกตามฤดูกาล ชาวบ้านพร้อมพระสงฆ์ จะประกอบพิธีขอฝนโดยขุดสระเล็กๆใส่น้ำจอกแหนลงไปแล้วนำเอากบ ปลาข่อน คางคกมาลงไว้ที่สระน้ำ ระยะ 3 วัน 3 คืน ถ้ามีความแห้งแล้งมากจะสวดถึง 7 วัน 7 คืน ขณะประกอบพิธีอยู่นั้นหากกบ หรือ คางคกอย่างใดอย่างหนึ่งร้องขึ้นฝนจะตกลงมาในไม่ช้านั่นเอง

    อ้างอิงประวัติกลองมโหระทึก อำเภอดอนตาล ตามคำบอกเล่า
         -หนังสืออนุสรณ์ เปิดหอกลองทอง (มโหระทึก) วัดมัชฌิมาวาส (วัดกลาง) อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร วันที่ 13 พฤษภาคม 2549
         -ผู้ให้ข้อมูล อาจารย์ ใส จันทพันธ์ อยู่บ้านเลขที่ 175 หมู่ที่ 7 บ้านตาลรุ่ง ต. ดอนตาล อ. ดอนตาล จ .มุกดาหาร
         -ผู้ให้ข้อมูล เจ้าอาวาส วัดมัชฌิมาวาส (วัดกลาง) อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร -ผู้ให้ข้อมูล อาจารย์พิกุล ศรีวะโสภา

    p-j8tQU8waC7_TC


    ไม่มีความคิดเห็น:

    แสดงความคิดเห็น

    Fashion

    Beauty

    Culture