สถานที่ท่องเที่ยวประตูสู่อินโดจีน "หอแก้วสูงเสียดฟ้า ภูผาเทิบแก่งกะเบา แปดเผ่าชนพื้นเมือง ลือเลื่องมะขามหวาน กลองโบราณล้ำเลิศ ถิ่นกำเนิดลำผญา ตระการตาชายโขง เชื่อมโยงอินโดจีน" คำขวัญ ของ จังหวัดมุกดาหาร

  • Breaking News

    ทัวร์ออฟมุกดาหาร-สะหวันนะเขต ทริปแห่งรักและมิตรภาพ


    ทัวร์ออฟมุกดาหาร-สะหวันนะเขต ทริปแห่งรักและมิตรภาพ


    บทความโดย : การันต์ Facebook : หมุนโลกด้วยสองล้อ

    ผมเชื่อเสมอว่าจักรยานจะพาผมและทุกคนไปเจอโลกกว้าง อย่างน้อยการได้ปั่นจักรยานมันก็พาให้คุณไปได้ไกลกว่าแค่นั่งแช่อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์หรือนิ้วล็อคคาจอสมาร์ทโฟนแหละนะ

    และความเชื่อที่ผมมีก็ยิ่งถูกตอกย้ำยืนยัน นี่เป็นอีกครั้งที่จุดสตาร์ท ณ แผ่นดินไทยจะก่อเกิดระหว่างทางยังต่างแดนแบบที่น่าประทับใจเหลือเกิน

    เมื่อวันแห่งความรักที่ผ่านมา ผมได้รับการอนุมัติจากนางอันเป็นที่รักให้ไปปั่นจักรยานไกลถึงจังหวัดมุกดาหาร นับเป็นความใจกว้างที่ต้องชื่นชมอย่างยิ่ง (นักปั่นชายหลายคนคงเข้าใจดี) งานนี้นับเป็นงานใหญ่ที่สุดของวงการจักรยานมุกดาหาร เพราะเป็นความร่วมมือกันระหว่างสมาคมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหาร, หน่วยงานภาครัฐ, กงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขต, จังหวัดมุกดาหาร, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครพนม, สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดมุกดาหาร, ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพและแข่งขันจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วยภาคเอกชน, ภาคประชาชน, กลุ่มชุมชนและอีกมากมาย ที่เตรียมพร้อมตั้งรับในการขยายการรองรับ 1 ใน 5 เขตเศรษฐกิจพิเศษ (ชายแดน) พื้นที่ส่งเสริมภาคการค้า การลงทุน และภาคบริการ โดยจัดงานปั่นจักรยานเชื่อมโยงมิตรภาพ 2 ประเทศ และสร้างประวัติศาสตร์ส่งเสริมการท่องเที่ยว ระหว่างมิตรภาพไทย และสปป. ลาว ภายใต้ชื่อ 2 ล้อ 2 น่อง ท่อง 2 แผ่นดิน มุกดาหาร - สะหวันนะเขต Tour Of Mukdahan - Savannakhet (ทัวร์ ออฟ มุกดาหาร – สะหวันนะเขต)

    งานนี้ไม่ใช่แค่ปั่นเล่นปั่นชิลแต่มีการแข่งขันพิชิตจ้าวแห่งความเร็ว (King of Sprint) ประเภทเสือหมอบ 1 อันดับ และ ประเภทเสือภูเขา 1 อันดับ ในสเตจ Sprint และ Stage จ้าวแห่งภูเขา (King of Moutain) ประเภทเสือหมอบ 3 อันดับ (อันดับ 1-3) และประเภทเสือภูเขา 3 อันดับ (อันดับ 1-3) โดยเสตจจ้าวความเร็วประเภทเสือหมอบ ที่ 1 ได้แก่ วุฒิพงษ์ คำงา จากทีมมุกไบค์, ที่ 2 ชัยชนะ ปทุมพัน นักปั่นชาวลาว จากทีมสะหวันนะเขต (ลาว) ที่ 3 ธนพัฒน์ เหลืองรุ่งเรือง จากทีม มุกไบค์ และเสตจจ้าวความเร็วประเภทเสือภูเขา ได้แก่ นักปั่นชาวลาว คอนสวัน ศริมณีวงศ์ ทีมสะหวันนะเขต (ลาว) จากสมาคมแห่งรถถีบแขวงสะหวันนะเขต, ที่ 2 จากนักแข่งจักรยานชาวไทย ทีมมุกไบค์ ธนกร พัฒนกิจสิริ และที่ 3 รัฐพล ปัญญาจันทร์ นักปั่นอิสระ

    ส่วนจ้าวภูเขาประเภทเสือหมอบ ที่ 1 ได้แก่ ชัยชนะ ปทุมพัน จากลาว, ที่ 2 ธนพัฒน์ เหลืองรุ่งเรือง, ที่ 3 สิทธินิษฐ์ จรรนพรศิริ และประเภทจ้าวภูเขา ประเภทเสือภูเขา ที่ 1 ได้แก่ ธนกร พัฒนกิจสิริ, ที่ 2 รัฐพล ปัญญาจันทร์ และ ที่ 3 ยุทธพงษ์ ชัชวาลวรรณ

    อย่างที่บอกไปว่านี่คือกิจกรรมเชื่อมโยงระหว่างมิตรภาพบ้านพี่เมืองน้อง สู่ประตู AEC ในภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหาร ในปี 2559 อย่างเต็มตัว เส้นทางปั่นจึงลากยาวจากศาลากลางจังหวัดมุกดาหารเข้าสู่เมืองสะหวันนะเขต ตั้งแต่เช้าวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมานักปั่นทั้งไทย ลาว และเวียดนาม ราว 400 กว่าคนมาออกันแน่น และทันทีที่สิ้นเสียงแตรปล่อยตัว จักรยานหลายร้อยคันก็ทะยานออกไปสู่ถนนเพื่อมุ่งหน้าสู่สะพานมิตรภาพไทย-ลาว 2 ซึ่งปกติแล้วไม่อนุญาตให้จักรยานปั่นข้ามสะพานนี้ แต่นี่เป็นกรณีพิเศษที่นักปั่นไทย-ลาว-เวียดนาม จะได้เชื่อมสัมพันธ์กัน

    สะพานมิตรภาพไทย-ลาว 2 เป็นสะพานที่เชื่อมต่อมุกดาหารของประเทศไทยเข้ากับแขวงสะหวันนะเขตในประเทศลาว เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางเศรษฐกิจตะวันตกตะวันออก ซึ่งเริ่มจากพม่า ผ่าน ไทย ลาวและสิ้นสุดที่เวียดนาม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาลุ่มแม่น้ำโขงของธนาคารการพัฒนาแห่งเอเชีย ซึ่งมีความยาวทั้งหมด 1,600 เมตร มีความกว้าง 12 เมตร และมีช่องการจราจร 2 ช่อง มูลค่าการก่อสร้างประมาณ 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยแหล่งทุนในการก่อสร้างเป็นเงินกู้ยืมดอกเบี้ยต่ำจากรัฐบาลญี่ปุ่น

    ตัวสะพานเริ่มก่อสร้างตั้งแต่ 21 มีนาคม พ.ศ.2547 ระหว่างการก่อสร้างได้เกิดอุบัติเหตุจากเครื่องเครน ทำให้ที่ปรึกษาวิศวกร และคนงานเสียชีวิต 9 คน (ชาวไทย ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ และลาว) บาดเจ็บ 10 คน (ชาวไทย ญี่ปุ่น และลาว) และหายสาบสูญ 1 คน (ชาวลาว) เมื่อ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2548 และสะพานเปิดใช้เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ.2549 ในระหว่างการขับรถมายังฝั่งไทย คนขับรถมาจากฝั่งลาวต้องเปลี่ยนฝั่งการขับ เนื่องจากประเทศลาวขับรถทางขวามือ ส่วนประเทศไทยขับรถทางซ้ายมือ ดังนั้นเราจึงต้องปั่นจักรยานทางขวาเมื่อเข้าประเทศลาวด้วยเช่นกัน
    สะพานนี้นับเป็นไฮไลท์ของทริปนี้ก็ว่าได้ หนึ่ง เปิดให้ปั่นเป็นกรณีพิเศษ, สอง มีทิวทัศน์ที่หาไม่ได้จากริมฝั่งโขง เพราะพวกเรากำลังปั่นจักรยานอยู่เหนือแม่น้ำโขงนั่นเอง

    เมื่อข้ามไปยังฝั่งลาว พวกเราก็ปั่นไปยิ้มไป เพราะชาวบ้านฝั่งนู้นออกมายืนต้อนรับขบวนรถถีบกันตลอดทาง บางคนอาจสงสัยว่าพวกนี้มันมาทำไมกันเยอะแยะ แต่ก็มีไม่น้อยที่ออกมายืนเตรียมน้ำเตรียมท่าให้ ‘แขก’ ของพวกเขาชาวสะหวันนะเขต

    แขวงสะหวันนะเขตเป็นแขวงหนึ่งของประเทศลาวที่ตั้งอยู่ตอนกลางค่อนไปทางใต้ของประเทศ ทิศตะวันออกติดกับประเทศเวียดนาม ทิศตะวันตกติดกับประเทศไทย ทิศเหนือติดกับแขวงคำม่วน ทิศใต้ติดกับแขวงสาระวันเป็นแขวงที่มีเนื้อที่ใหญ่อันดับที่ 2 รองจากแขวงเวียงจันทน์ จากการเปิดสะพานมิตรภาพ 2 อย่างเป็นทางการทำให้แขวงสุวรรณเขตหรือสะหวันนะเขตกลายเป็นเส้นทางการค้าที่สำคัญอีกแห่งของลาว

    หลังจากปั่นจักรยานชมแขวงสะหวันนะเขตแล้ววกเราวกกลับมาที่สะพานมิตรภาพอีกครั้งเพื่อกลับฝั่งไทย และเข้าสู่การแข่งขันจริงๆ จังๆ ทั้งจ้าวความเร็วและจ้าวภูเขา ซึ่งผลก็อย่างที่ทราบกันไปแล้ว โดยจุดสิ้นสุดอยู่ที่ภูมโนรมย์ จุดชมวิวสวยๆ ของเมืองมุกดาหารซึ่งมองเห็นแม่น้ำโขงเป็นแนวยาวสวยงาม มองเห็นเมืองมุกดาหาร และแขวงสะหวันนะเขตที่เราเพิ่งจากมาได้อีกด้วย

    ด้านบนภูมโนรมย์เป็นที่ตั้งของวัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์มีรอยพระพุทธบาทจำลอง พระธาตุภูมโนรมย์ทรง 8 เหลี่ยม และภายในวัดยังมีพระพุทธรูปอังคารเพ็ญพระพุทธรูปขนาดเล็กที่เก่าแก่ไว้ให้สักการะ

    แต่ถ้าใครต้องการถ่ายรูปด้วยความสนุกสนานกว่าปกติ บนภูมโนรมย์แห่งนี้ก็มีภาพสามมิติกลางแจ้งที่สวยสมจริงให้ได้แชะภาพเป็นที่ระลึกกัน แน่นอนว่าผมและนักปั่นงานนี้เก็บเรียบทุกมุม

    และวันก่อนหน้า (13 กุมภาพันธ์) ได้มีเส้นทางพิเศษคือเส้นทาง Romantic Ride ปั่นสนุก ปลุกวิถีไทย เพิ่มสีสันเข้าบรรยากาศวาเลนไทน์ โดยใช้เส้นทางจากชุมชน สู่ธรรมชาติ ณ อุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ (ระยะทางประมาณ 25 กิโลเมตร) ช่วยสร้างสีสันให้การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์มากขึ้นด้วย

    ผมยังจำภาพตอนที่กำลังปั่นไปพร้อมกับนักปั่นลาวและเวียดนามได้ดี เราคุยกันไม่รู้เรื่องหรอก แต่เราก็ยิ้มและรู้สึกมีความสุขไปพร้อมๆ กันกับพวกเขา และผมยังจำภาพตอนที่กำลังปั่นผ่านชาวบ้านสะหวันนะเขตได้ดี พวกเขาโบกมือโบกไม้ เราไม่ได้พูดคุยกันหรอก มีแต่คำทักทายที่เขาบอก “สะบายดี” และผมก็ตอบ “สะบายดี”

    ไม่มีความคิดเห็น:

    แสดงความคิดเห็น

    Fashion

    Beauty

    Culture