สถานที่ท่องเที่ยวประตูสู่อินโดจีน "หอแก้วสูงเสียดฟ้า ภูผาเทิบแก่งกะเบา แปดเผ่าชนพื้นเมือง ลือเลื่องมะขามหวาน กลองโบราณล้ำเลิศ ถิ่นกำเนิดลำผญา ตระการตาชายโขง เชื่อมโยงอินโดจีน" คำขวัญ ของ จังหวัดมุกดาหาร

  • Breaking News

    "หลวงพ่อพระเนาว์ พระศักดิ์สิทธิ์แห่งนครพนม"


    "หลวงพ่อพระเนาว์ พระศักดิ์สิทธิ์แห่งนครพนม"

    "หลวงพ่อพระเนาว์" พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์แห่งจังหวัดนครพนม ซึ่งมีประวัติเล่าขานจากรุ่นสู่รุ่นมาอย่างยาวนาน ล้วนกล่าวเป็นเสียงเดียวกันถึง"ความศักดิ์สิทธิ์"ที่มีอย่างมากมาย ผู้เขียนใคร่ขอนำเรื่องราวของ "องค์หลวงพ่อพระเนาว์" เผยแพร่แด่ผู้ที่สนใจทั้งหลาย ได้รับทราบปาฏิหาริย์อันน่า

    เริ่มจากสถานที่สำคัญ และ แหล่งท่องเที่ยวของ"บ้านศรีเวินชัย ต.สามผง อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม" ที่มีอยู่หลายแห่ง และมีประวัติอันยาวนาน ประกอบกับการขุดพบวัตถุโบราณในพื้นที่ จึงทำให้สถานที่บางแห่ง เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม บางแหล่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ สถานที่สำคัญและแหล่งท่องเที่ยวของบ้านศรีเวินชัย

    "วัดพระเนาว์"  ตามประวัติได้เล่าต่อกันมา บริเวณ"ดงพระเนาว์" ที่ตั้งวัดพระเนาว์ในปัจจุบัน เป็นที่เคยเจริญรุ่งเรือง ก่อนจะมีชาวบ้านเข้ามาพบ บางกระแสว่าเป็น"เมืองเก่า"ของเจ้าหัวเมือง แต่ไม่มีใครทราบถึงสาเหตุ ของการปล่อยให้ร้างไป ชาวบ้านกลุ่มแรกที่เข้ามาคือคณะของ"นายนันทะ นะคะจัด" เป็นหัวหน้าทีมชวนกันย้ายบ้านเรือน มาสร้างที่อยู่อย่างถาวร รวม 30 ครอบครัว เข้ามาถากถางป่า เพื่อบุกเบิกเป็นที่ทำกิน เกิดความสงสัยว่าบริเวณกลางดง ทำไมจึงมีต้นผีเสื้อ(สาบเสือ)เกิดขึ้น? จึงพากันบุกฝ่าเนินดินรูปทรงคล้ายสิ่งก่อสร้าง ทะลุถึงแม่น้ำสงคราม เจอ...ซากปรักหักพัง มีก้อนอิฐขนาดเขื่อง กว้าง 12 ยาว 24 หนา 7 ซม. จึงขุดเพื่อค้นหา พบ"พระพุทธรูปทองคำ"หลายองค์ ลักษณะเหมือนพระในกรุ"วัดพระธาตุพนม" ซึ่งยังเหลือเป็นสมบัติของ อ.ศรีสงคราม อยู่ในขณะนี้ 3 องค์

    นอกจากนี้ยังพบวัตถุโบราณบางส่วน ได้แก่ "ระฆังทรงแบน" หรือ "ฆ้องลา" หนัก 7 ชั่ง 4 ฮ้อย ขณะนี้เก็บรักษาอยู่ที่ศาลากลางจังหวัดฯ และ "ไหใส่กระดูก-เศษไห-เศษหม้อดิน-กระบอกสูบยา" กลาดเกลื่อนทั่วไป!! "อิฐ"ที่ขุดพบตรงเนินดินนี้ ทุกก้อนมีรูป"พระมันปู" แต่คอหัก!! ประกอบกับผู้ที่เข้าขุดค้น ซากปรักหักพังที่ดงพระเนาว์ ได้ล้มป่วยเสียชีวิต จึงเชื่อว่าตรงนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นเขตเคารพและหวงห้าม ไม่ให้ใครเข้าไปขุดค้น จึงเรียกพื้นที่ตรงนี้ว่า"ดงพระเนาว์" และตั้งชื่อหมู่บ้านนี้อย่างไม่เป็นทางการว่า"บ้านดงพระเนาว์"!! มาจากความเชื่อในเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ขององค์พระเนาว์ และเคารพในสถานที่จึงร่วมกันบูรณะวัดพระเนาว์ขึ้นมาอีกครั้ง..

    "พระเนาว์"เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ประดิษฐานใน"สิมพระเนาว์" มีความเล่า+ความเชื่อต่างกัน จึงพอสรุปที่มาขององค์พระเนาว์ดังนี้ (ความเชื่อที่ 1)..พระเนาว์เป็นพระพุทธรูปหินทราย แสดงอภินิหารด้วยการลอยเหนือผิวน้ำ จากทางเหนือลำน้ำสงคราม องค์พระเป็นหินทรายที่แตกหัก พอไหลมาถึงบริเวณ"ท่าพระเนาว์"ในปัจจุบัน ไม่ยอมไหลไปทางอื่น แต่กลับไหลวนตามวังเวินน้ำ ชาวบ้านจึงนิมนต์อัญเชิญขึ้นมาประดิษฐาน ณ บริเวณวัดพระเนาว์ สร้างแท่นบูชาอย่างง่ายๆด้วยเสา 4 เสา และกราบไหว้ศรัทธากันต่อๆมา..

    (ความเชื่อที่ 2) "พระเนาว์"เป็นพระภิกษุ มรณภาพลอยตามลำน้ำสงครามลงมา ส่งกลิ่นเหม็นเน่าคลุ้งทั่วบริเวณ โดยที่ริมฝีปากพระภิกษุ"อ้า"ขึ้น จึงเรียกบริเวณนั้นว่า"ปากอ้า" แต่เพี้ยนมาเป็น"ปากอา"ในปัจจุบัน!! ศพพระรูปนี้ลอยพ้นจาก"ปากอา"มาถึงท่าวัดพระเนาว์ ก็ไม่ยอมไหลไปที่อื่น จนชาวบ้านทนกลิ่นเหม็นเน่าไม่ไหว ชวนกันไปใช้ไม้ดันให้ไหลไปตามลำน้ำ แต่ศพพระก็ยังลอยวนกลับมาที่เดิม จึงใช้เรือลากเอาศพออกไปให้พ้นจากหมู่บ้าน แต่รุ่งขึ้นวันใหม่ก็ยังพบศพพระภิกษุที่เน่าอยู่บริเวณเดิม และยังส่งกลิ่นเหม็นหนักกว่าเก่า ชาวบ้านจึงเชื่อว่า ท่านคงมีความต้องการที่จะอยู่ที่นี่ จึงได้แต่งขันธ์ 5 รับและนิมนต์"ศพพระเน่า"ขึ้นมาประกอบพิธีฌาปนกิจ พร้อมสร้างพระพุทธรูปขึ้นทดแทนตรงที่เผาศพ และเรียกชื่อ"พระเน่า"ในเบื้องต้น ภายหลังเปลี่ยนชื่อมาเรียกว่า "พระเนาว์" แปลว่า..พระผู้มาอยู่นั่นเอง!!

    (ความเชื่อที่ 3) "พระเนาว์" เป็นเจ้าไม่ใช่พระ!! คือเจ้าผู้ครองหัวเมือง ของ "อาณาจักรศรีโคตบูร" ชื่อ "เจ้าพระเนาว์" ปกครองอาณาบริเวณแห่งนี้ ทรงโปรดปรานการรบ การศึก เสียงพลุ เสียงปืน และ ความบันเทิงต่างๆ จะเห็นได้จากการมีคนไปบนบาน ด้วยพลุและมหรสพคบงัน เช่น ภาพยนตร์ เป็นต้น มักจะประสบความสำเร็จดั่งใจเสมอ!! ผู้ที่บนบานส่วนมากจะฝันเห็น "ชายรูปร่างสูงใหญ่ กำยำ ใส่ผ้าเบี่ยง(สไบ) ขี่ม้าขาว มือถือดาบ"เสมอ..ดังนั้นการบูชา"แก้บน"องค์พระเนาว์ เป็นลักษณะการ"บูชาเทพ" ไม่ใช่ "บูชาผี" กล่าวคือให้บนด้วย"ภาหวาน(ภาชนะที่ใส่อาหารหวาน)" ดอกไม้ ธูป เทียน ห้ามของคาวเด็ดขาด จึงมีชาวบ้านถือปฏิบัติสืบต่อกันมา!!เรื่องทำภาหวาน คือ การนำข้าวเหนียว มาคลุกกับน้ำอ้อยหรือน้ำตาล แล้วปั้นเป็นก้อนเล็กๆ วางบนภาชนะที่เตรียมไว้ นำไปถวายท่านในสิมที่ประดิษฐาน

    "หลวงพ่อพระเนาว์" แม้จะมีความเชื่อขององค์พระที่แตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน คือการมีความเคารพศรัทธา ในอิทธิฤทธิ์ปาฎิหาริย์ของท่าน ทุกวันพระ 8 ค่ำ,15 ค่ำ จะปรากฏแก้วเสด็จเป็นดวงไฟ สีเขียวส่องแสงสว่างเจิดจ้า ลอยเวียนวนรอบๆวัดพระเนาว์ ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ขององค์พระเนาว์!!

    "วัดพระเนาว์ และ "องค์พระเนาว์" ในปัจจุบัน ได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดี พัฒนาสถานที่ปลูกไม้ดอกไม้ประดับสวยงามทันสมัย แต่พลังศรัทธาต่อองค์พระไม่เคยเปลี่ยน ทุกวันพระ 8 ค่ำ,15 ค่ำ เวลาเย็นจะเห็นผู้คนทุกเพศทุกวัย นำดอกไม้ ธูป เทียน เข้าไปจุดบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคล นับเป็นที่พึ่งทางใจของชาวบ้านเป็นอย่างดี ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน

    "พระเนาว์"เป็นพระบน ผู้ใดบนบานสิ่งใดไว้ เมื่อประสบความสำเร็จ ก็ต้องไปแก้บนด้วยสิ่งนั้น บริเวณวัดจึงมักจะมีภาพยนตร์มาฉายสม่ำเสมอๆ เพราะส่วนใหญ่บนด้วยหนังกลางแปลงนั่นเอง!!

    ข้อมูล : บ้านเมือง

    ไม่มีความคิดเห็น:

    แสดงความคิดเห็น

    Fashion

    Beauty

    Culture