สถานที่ท่องเที่ยวประตูสู่อินโดจีน "หอแก้วสูงเสียดฟ้า ภูผาเทิบแก่งกะเบา แปดเผ่าชนพื้นเมือง ลือเลื่องมะขามหวาน กลองโบราณล้ำเลิศ ถิ่นกำเนิดลำผญา ตระการตาชายโขง เชื่อมโยงอินโดจีน" คำขวัญ ของ จังหวัดมุกดาหาร

  • Breaking News

    บูรณะใหม่! ศาลาทรงงาน 'พระราชินี' อ.พบพระ ทำเป็นที่เที่ยว-ตามรอยพระบาท


    นอภ.พบพระ ร่วมทหารกองพลพัฒนาที่ 3 เข้าตรวจพลับพลาที่ประทับและศาลาทรงงาน "พระราชินี" ในสถานีทดลองพืชสวน หลังถูกปล่อยร้าง เตรียมบูรณะเป็นที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์-ตามรอยพระบาท จ่อจัดฉลองใหญ่วันแม่ปีนี้

    เมื่อวันที่ 6 ก.ค. 59 นายประสงค์ หล้าอ่อน นายอำเภอพบพระ จ.ตาก พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ นิลจันทร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กองพลพัฒนาที่ 3 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินทางตรวจพื้นที่ที่จะบูรณะซ่อมแซมพลับพลาที่ประทับและศาลาทรงงาน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ภายในสถานีทดลองพืชสวน กรมวิชาการเกษตร หมู่ที่ 10 ต.รวมไทยพัฒนา อ.พบพระ ที่ถูกปล่อยทิ้งร้างมานานจนอาคารทรุดโทรม เสาบางต้นผุพัง ทางทหารจึงร่วมกับปกครอง อ.พบพระ ขอคืนพื้นที่
    พลับพลาที่ประทับและศาลาทรงงาน ในสถานีทดลองพืชสวน อ.พบพระ มีสภาพทรุดโทรมแล้ว


    นายประสงค์ กล่าวว่า ในอดีต หน่วยงานโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำกินราษฎร ต.คีรีราษฎร์ อ.พบพระ (จคพ.) ได้ดำเนินการย้ายราษฎรชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง ออกจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร เข้ามาอยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่โครงการ เพื่อรักษาสภาพป่าไม้อันเป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร สัตว์ป่าที่หายาก และพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ทัดเทียมราษฎรคนไทยในพื้นที่ราบ

    โดยเมื่อวันที่ 18 มี.ค. 2536 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรชาวไทยภูเขา ในพื้นที่โครงการ ณ โรงเรียนบ้านรวมไทยพัฒนา 2 และเมื่อวันที่ 12 มี.ค. 2537 เสด็จฯ เยี่ยมเป็นครั้งที่ 2 ต่อมา ผู้อำนวยการ จคพ. จึงมีแนวความคิดสร้างศาลาทรงงาน เพื่อใช้เป็นที่ประทับในการทรงงานในการเสด็จฯ เยี่ยมราษฎรครั้งต่อๆ ไป จนศาลาสร้างเสร็จในปี 2538 จากความร่วมมือของข้าราชการและประชาชน
    ทหารและเจ้าหน้าที่ท้่องถิ่นกำลังหารือ แผนงานบูรณะ

    จนท.ตรวจสภาพของต้นไม้หลายชนิดที่ทรงปลูกไว้ ก่อนเริ่มการปรับปรุง

    ต่อมา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ เยี่ยมราษฎรอีก 6 ครั้ง โดยประทับทรงงานที่ศาลาแห่งนี้จนถึงปี 2543 จากนั้นก็อยู่ในความดูแลของสถานีทดลองพืชสวน จนกระทั่งปัจจุบันอาคารดังกล่าวเริ่มทรุดโทรม ไม้ที่ใช้ในการก่อสร้างพุพัง จนทางศูนย์อำนวยการประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและความมั่นคง เขตพื้นที่กองพลพัฒนาที่ 3 และ อ.พบพระ เห็นว่าต้องการบูรณะขึ้นมาใหม่ เพื่อเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และสถานที่ศึกษาตามรอยพระบาท ให้กับชุมชนและคนรุ่นหลังได้ศึกษาเรียนรู้สืบต่อไป เพราะเป็นสถานที่สำคัญของชุมชนในพื้นที่โดยแท้จริง นอกจากนี้ ยังมีต้นไม้หลายชนิดที่ทรงปลูกไว้จำนวนมาก คาดว่าหากการบูรณะซ่อมแซมแล้วเสร็จ จะมีการจัดงานฉลองอย่างยิ่งใหญ่ในวันที่ 12-16 ส.ค. 59.

    ไม่มีความคิดเห็น:

    แสดงความคิดเห็น

    Fashion

    Beauty

    Culture